พ่อเดี่ยว-แม่เดี่ยว ลูก 9 คน เลี้ยงลูกด้วยความพอเพียง ลูกสอบติดแพทย์

ใช้ชีวิตแบบพอเพียง เลี้ยงลูกเก้าคนให้เป็นคนดีและประสบความสำเร็จด้านการศึกษาตูแวดานียา มือรีงิง สำนักข่าวอามาน รายงาน“ดีใจที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อและแม่ที่รักเราและสอนเราให้เป็นคนดี ถึงแม้ว่าพ่อกับแม่ไม่มีทรัพย์สินมากมายให้กับเราเหมือคนอื่นๆ แต่สิ่งที่เราขาดไปนั้นทำให้เรารู้จักความอดทนและกระตุ้นเราให้เราต่อสู้มุมานะกระตื้อ รื้อร้นในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน เจออุปสรรคอะไรเราสามารถผ่านมันได้”

น.ส.นูรไอนีกล่าวครอบครัว นายมะลิเปง สะลาเมาะ และนางแวแย สิเดะ ถึงแม้ว่าไม่ได้เป็นครอบครัวที่รำรวยเหมือนกับครอบครัวคนอื่นๆ ในชุมชนบ้านสิเดะ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี แต่ลูกๆทุกคนได้เรียนหนังสือด้วยอาชีพรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า นายมะลีปงมีลูกเก้าคนหญิงแปดคนและลูกชายหนึ่งคน ปัจจุบันลูกสาวคนโต นส.นูรีซัน กำลังศึกษาเอกภาษามลายู ที่มหาวิทยาลัยมาลายาประเทศมาเลเซีย คนที่ 2 นส.นูรียะห์ จบเอกภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) คน 3 นส.มารีนา และคนที่ 4 นส. นูรฮูดา กำลังศึกษาที่ มอ.ปัตตานี เอกวิทยาศาสตร์ทั่วไปและเอกคณิตศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มอ.ปัตตานี

และล่าสุดลูกสาวคนที่ 5 น.ส.นูรไอนี สอบติดคณะแพทย์ศาสตร์ (โครงการแพทย์ชนบท) มอ.หาดใหญ่ และอีกสามคนกำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาและประถมศึกษา ส่วนลูกชายไม่ได้เรียนหนังสือเนื่องจากพิการไม่สามารเดินได้ นายมะลีเปง บิดาของ น.ส.นูรไอนี กล่าวว่าลูกสาวคนที่ห้าซึ่งสอบติดแพทย์ มอ.หาดใหญ่อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือด้านทุนการศึกษาเพื่อจะได้เรียนจนจบหลักสูตรนอกเหนือจากเงินกู้เพื่อการศึกษา (กยศ).“ผมดีใจมากครับที่ลูกๆตั้งใจเรียนหนังสือทุกคน โดยเฉพาะลูกคนนี้ที่สามารถสอบติดแพทย์ได้ เราในฐานะผู้ปกครองก็ดีใจ ผมเลี้ยงลูกทุกคนให้เป็นคนที่อยู่ระเบียบวินัย ผมไม่ตามใจลูกหากลูกอยากได้สิ่งของเหมือนเพื่อนๆ หากอยากเรียนหนังสือให้เรียนด้วยความตั้งใจ เพราะว่าเราเป็นคนลำบาก เราไม่มีเงินมากมายเหมือนคนอื่นๆ ถ้าเรียนตามเพื่อนมีของแพงๆสวยๆ มีโทรศัพท์หรือมีรถมอเตอร์ไซค์ใช้ พ่อไม่มีเงินซื้อ แต่ถ้าเพียงเงินจำเป็นต้องใช้ในการเล่าเรียนพ่อสามารถหามาได้ แต่ดีใจที่ลูกผมตั้งใจเรียนมาก”

นายมะลีเปงกล่าว นางสาวนูรไอนี บอกกับทีมข่าวถึงเหตุผลว่าทำไมอยากเรียนแพทย์ว่า เนื่องจากว่ามีน้องชายพิการก็เลยมีความรู้สึกว่าอยากจะรักษาคนที่เขาป่วยเสมือนว่าคนในครอบครัวคนไข้รู้สึกอย่างไร เราก็รู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน “ถ้าในครอบครัวเรามีคนป่วย หากเราเป็นคนนั้น เราสามารถช่วยเหลือทั้งคนไข้และคนในครอบครัวให้หายป่วย มีความสุข กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนเดิม” น.ส.นูรไอนีกล่าว และกล่าวเพิ่มเติมว่า“ครั้งแรกก็อยากลงครูเหมือนกัน เพราะพี่ๆทุกคนก็เรียนด้านครูกันทุกคน แต่มาคิดเรื่องน้องที่ป่วยก็อยากเปลี่ยนแนวความคิดบ้าง เพราะเราก็ชอบด้านวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว คิดว่าน่าจะเรียนแพทย์ไหวก็เลยตัดสินใจลงแพทย์ ตอนแรกๆ พ่อกับแม่ไม่ให้ลงเพราะค่าเทอมแพง แต่บอกกับพ่อกับแม่ว่า เราลองไปก่อนแล้วค่อยๆ หาทุนการศึกษา” นูรไอนีกล่าว แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่นูรไอนีกังวลมากที่สุดคือค่าเทอมแรกเข้าเพราะตอนนี้เรายังไม่มีทุนการศึกษาอีก เพราะกว่าจะขอทุนได้เราต้อเรียนให้ผ่านเทอมแรกก่อน และจะพยายามหาทุนหลังจากที่เรียนแล้ว เช่นกู้เงิน กยศ. “เงินค่าเทอมแรกเข้าต้องจ่าย 28,000 บาท ตอนนี้พ่อกับแม่ได้ยืมเพื่อนบ้านก่อนหากได้ทุนเมือไหร่ก็จะจ่ายคืนให้ทันที” นูรไอนีกล่าว และปิดท้ายว่าภูมิใจที่ได้เกิดในครอบครัวนี้ที่สอนให้เธอเป็นคนดีและอดทนในชีวิต

เรียบเรียงโดย:ตูแวดานียา มือรีงิง